Prix Versailles 2026 ยก “โรงแรม” สู่เวทีศิลปะระดับโลก
เมื่อการออกแบบกลายเป็นหัวใจใหม่ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
ปารีส, พฤษภาคม 2026 — เวทีรางวัลสถาปัตยกรรมระดับโลก Prix Versailles ประกาศรายชื่อ “World’s Most Beautiful Hotels List 2026” หรือ 16 โรงแรมที่สวยที่สุดในโลกประจำปีนี้ โดยสะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมโรงแรมยุคใหม่ไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องความหรูหรา แต่กำลังแข่งขันกันด้วย “ประสบการณ์” “อัตลักษณ์” และ “งานออกแบบ” ที่เชื่อมโยงกับพื้นที่อย่างลึกซึ้ง
Prix Versailles ถือเป็นหนึ่งในเวทีด้านสถาปัตยกรรมและดีไซน์ที่ได้รับการยอมรับสูงสุดระดับนานาชาติ จัดขึ้นภายใต้ UNESCO และมีเป้าหมายในการยกย่องผลงานที่ผสานความงาม นวัตกรรม ความยั่งยืน และคุณค่าทางวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน
ปีนี้ รายชื่อโรงแรมที่ได้รับเลือกกระจายอยู่ทั่วโลก ตั้งแต่ทะเลทรายตะวันออกกลาง เมืองประวัติศาสตร์ยุโรป ไปจนถึงรีสอร์ตกลางธรรมชาติในเอเชีย โดยแต่ละแห่งถูกมองว่าเป็นมากกว่า “ที่พัก” แต่เป็น “จุดหมายปลายทาง” ในตัวเอง
![]()
Maison Mystique, Khao Yai, Thailand. © Khaoyai Connect
หนึ่งในโรงแรมที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ Maison Mystique โรงแรมบูทีคจากประเทศไทย ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติเขาใหญ่ และได้รับการยกย่องจากการออกแบบที่หลอมรวมศิลปะ วรรณกรรม จินตนาการ และภูมิทัศน์ธรรมชาติเข้าด้วยกันอย่างละเอียดอ่อน
![]()
Hôtel du Couvent. © Hôtel du Couvent
Hôtel du Couvent ประเทศฝรั่งเศส ได้รับความสนใจจากการดัดแปลงอารามเก่าแก่ให้กลายเป็นโรงแรมร่วมสมัย โดยยังคงจิตวิญญาณดั้งเดิมของพื้นที่เอาไว้
![]()
Jumeirah Marsa Al Arab, Dubai, United Arab Emirates. © Foxcommunications
Jumeirah Marsa Al Arab ในดูไบ สะท้อนความหรูหราแห่งโลกอนาคตผ่านสถาปัตยกรรมรูปทรงล้ำสมัยริมทะเล ขณะที่ Mandarin Oriental Qianmen ในกรุงปักกิ่ง เลือกผสานมรดกวัฒนธรรมจีนเข้ากับความร่วมสมัยอย่างประณีต
![]()
Namia River Retreat, Vietnam. © Archdaily
Namia River Retreat ประเทศเวียดนาม โดดเด่นด้วยการออกแบบที่เชื่อมโยงสายน้ำ ธรรมชาติ และวิถีชีวิตท้องถิ่นอย่างกลมกลืน จนกลายเป็นอีกหนึ่งตัวแทนสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
![]()
The ArcadiaPlace, Lugu Lake (Yanyuan, China) © The ArcadiaPlace
โรงแรมบูทีคหรูริมทะเลสาบ Lugu Lake ที่หลอมรวมสถาปัตยกรรมร่วมสมัยเข้ากับวัฒนธรรมของชาว Mosuo ชนเผ่ามาตาธิปไตยโบราณของจีน ท่ามกลางภูเขาและธรรมชาติอันเงียบสงบของมณฑลเสฉวน โดยงานออกแบบโดดเด่นด้วยเส้นสายออร์แกนิก วัสดุท้องถิ่น และการสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงผู้เข้าพักเข้ากับภูมิทัศน์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของพื้นที่อย่างลึกซึ้ง
![]()
The Silk Lakehouse, Shangri-La Hangzhou (Hangzhou, China) © Shangri-La Hangzhou
โรงแรมริมทะเลสาบซีหูที่ตีความสุนทรียะแบบจีนดั้งเดิมใหม่ ผ่านงานออกแบบร่วมสมัยอันสงบ ละเมียด และเชื่อมโยงกับภูมิทัศน์ธรรมชาติของหางโจวอย่างกลมกลืน
![]()
Les Roches (Le Lavandou, France) © Nicolas Anetson
รีสอร์ตริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมมินิมอลแทรกตัวไปกับโขดหินและภูมิประเทศชายฝั่งทางตอนใต้ของฝรั่งเศสอย่างแนบเนียน
![]()
The Telegraph Hotel (Tbilisi, Georgia) © The Telegraph Hotel
โรงแรมที่รีโนเวตจากอาคารประวัติศาสตร์ยุคโซเวียต ถ่ายทอดเสน่ห์ของกรุงทบิลิซีผ่านการผสมผสานระหว่าง heritage architecture และดีไซน์ร่วมสมัย
![]()
La Fondation (Paris, France) © Romain Ricard
บูทีคโฮเทลและพื้นที่สร้างสรรค์ในปารีส ที่หลอมรวมศิลปะ การออกแบบ และวิถีชีวิตแบบ Parisian contemporary luxury เข้าไว้ด้วยกัน
![]()
Chiemgauhof Lakeside Retreat (Übersee, Germany) © Elias Hassos
รีทรีตริมทะเลสาบในแคว้นบาวาเรียที่เน้นความเงียบสงบ ความเรียบง่าย และการเชื่อมโยงผู้เข้าพักเข้ากับธรรมชาติของเทือกเขาแอลป์
![]()
Sir Prague (Prague, Czech Republic) © Sir Prague
โรงแรมดีไซน์ที่ผสานกลิ่นอายประวัติศาสตร์ของกรุงปรากเข้ากับความโมเดิร์นแบบยุโรปร่วมสมัย ผ่านงาน interior ที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์
![]()
Villa Dubrovnik (Croatia) © Villa Dubrovnik
โรงแรมลักชัวรีริมทะเลเอเดรียติกที่เผยวิวเมืองเก่าดูบรอฟนิกอย่างงดงาม โดดเด่นด้วยความเรียบหรูและบรรยากาศสงบเป็นส่วนตัว
![]()
The Oberoi Rajgarh Palace (Khajuraho), India. © Himanshu Lakhwani
พระราชวังเก่าแก่ที่ได้รับการบูรณะเป็นโรงแรมหรู ถ่ายทอดความงดงามของสถาปัตยกรรมราชสถานและมรดกทางวัฒนธรรมอินเดียอย่างวิจิตร
![]()
Orient Express La Minerva (Rome) © architecturaldigest
โรงแรมหรูใจกลางกรุงโรมที่นำจิตวิญญาณแห่งการเดินทางแบบ Orient Express มาถ่ายทอดผ่านความคลาสสิก ความสง่างาม และงานออกแบบเหนือกาลเวลา
![]()
Splendido, A Belmond Hotel (Portofino) © MATTIA AQUILA
โรงแรมระดับตำนานแห่งเมือง Portofino ที่สะท้อนเสน่ห์ Riviera ของอิตาลี ผ่านวิวทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและความหรูหราแบบ timeless elegance
![]()
Kasbah d'If (Marrakesh) © agafaydesertluxurycamp
รีสอร์ตกลางทะเลทรายโมร็อกโกที่ตีความสถาปัตยกรรม kasbah แบบดั้งเดิมใหม่ ด้วยวัสดุธรรมชาติ งานคราฟต์ และบรรยากาศอันลึกลับน่าค้นหา
![]()
Naboa (Tulum), Mexico © Archdaily
บูทีครีสอร์ตที่สะท้อนจิตวิญญาณของ Tulum ผ่านสถาปัตยกรรมทรอปิคัล ความยั่งยืน และการใช้วัสดุธรรมชาติอย่างร่วมสมัย
![]()
Soori Penang (George Town), Malaysia. © cntraveller
โรงแรมที่ผสานมรดกวัฒนธรรมของปีนังเข้ากับสถาปัตยกรรมโมเดิร์นอย่างละเอียดอ่อน สร้างประสบการณ์พักผ่อนที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมรสนิยม
![]()
Desert Rock (Ḩanak), Saudi Arabia © Archdaily
รีสอร์ตสุดล้ำกลางภูมิประเทศหินทะเลทรายของซาอุดีอาระเบีย ที่ออกแบบให้สถาปัตยกรรมหลอมรวมเข้าไปกับภูเขาและธรรมชาติราวกับเป็นส่วนหนึ่งของผืนดิน
Prix Versailles ระบุว่า โรงแรมที่ได้รับเลือกในปีนี้ล้วนมีคุณสมบัติร่วมกัน คือสามารถสร้าง “ความรู้สึกเฉพาะตัว” ให้ผู้เข้าพัก และเชื่อมโยงกับบริบทของเมืองหรือธรรมชาติได้อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ โรงแรมทั้ง 16 แห่งยังมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลใหญ่เพิ่มเติมในช่วงปลายปี ได้แก่ รางวัลด้านสถาปัตยกรรมยอดเยี่ยม การออกแบบภายในยอดเยี่ยม และการออกแบบภายนอกยอดเยี่ยม ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเกียรติสูงสุดของวงการออกแบบโลก
© 2025 Khaoyai Connect. สงวนลิขสิทธิ์
ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือเผยแพร่เนื้อหาทั้งหมดหรือบางส่วนโดยไม่ได้รับอนุญาต
![]()
