เหินฟ้าฝึกเข้ม K9 “สีนวล-นารี” ประสบการณ์ล้ำค่าที่สโลวีเนีย
อัพสกิล Search and Rescue ก้าวสู่ระดับสากล
ภาพแบนเนอร์สุดคิ้วท์ของสองคู่หู K9 สีนวล และ นารี กับข้อความขอบคุณสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ และ ร้านอาหารเป็นลาว จากมูลนิธิเพื่อสิ่งแวดล้อมและสังคม เรื่องการสนับสนุนค่าธรรมเนียมต่างๆ ในการเดินทางไปฝึกที่ประเทศสโลวีเนียทั้งขาไปและขากลับ ทำเอา FC ที่คอยติดตามเห็นแล้วเกิดอาการใจอ่อนยวบให้กับท่าทางที่ขึงขันปนน่ารักของทั้งคู่
![]()
หากใครได้ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับพิบัติภัยต่างๆ น้อยคนจะไม่รู้จักฮีโร่สี่ขา สีนวล และ นารี สุนัขปฏิบัติการ K9 USAR Thailand สมาชิกองค์การสุนัขกู้ภัยแห่งชาติ (Thai RDA-Thailand Rescue Dog Association) ภายใต้มูลนิธิเพื่อสิ่งแวดล้อมและสังคม เพราะทั้งสองตัวมักจะได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติภารกิจสำคัญๆ หลายต่อหลายครั้ง อาทิ การปฏิบัติภารกิจค้นหาผู้รอดชีวิตในเหตุการณ์ตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่มเมื่อเดือนมีนาคม 2568 เป็นเวลา 11 วันเต็ม เหตุการณ์โคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลากที่บ้านปางอุ๋ง ต.แม่ศึก อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ช่วงเดือนสิงหาคม 2568 และล่าสุดเหตุการณ์เครนหล่นทับรถไฟที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ช่วงเดือนมกราคม 2569
![]()
ในวาระที่ K9 USAR Thailand ได้ก่อตั้งครบรอบ 20 ปีไปเมื่อวันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา ทีม Khaoyai Connect ได้มีโอกาสพูดคุยกับ “ดร.อลงกต ชูแก้ว” ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อสิ่งแวดล้อมและสังคม รอง ผอ.องค์การสุนัขกู้ภัยแห่งชาติ K9 USAR Thailand และ ผอ.ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยเ ขาใหญ่ ถึงความสามารถ และบทบาทของสีนวล-นารีในวันนี้ รวมถึงประสบการณ์ที่ได้จากการเดินทางไปฝึกฝนที่ประเทศสโลวีเนียครั้งล่าสุด
สำหรับผู้ที่ยังไม่รู้จัก “สีนวล” คือ ลาบราดอร์ รีทริฟเวอร์ เพศเมีย สีขาว อายุ 3 ขวบ 5 เดือน ส่วน “นารี” คือ เบลเยียม มาลินอยส์ เพศเมีย อายุรุ่นราวคราวเดียวกับสีนวล
![]()
![]()
“ทั้งสองตัวนี้ได้รับการฝึกฝนมาเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปีแล้ว มีความพร้อมที่จะเข้าปฏิบัติงานตามคำสั่ง เมื่อเกิดเหตุพิบัติภัย ภารกิจคือ ค้นหาผู้ประสบภัยทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต เขาถูกฝึกในหมวดของ Search and Rescue หรือ SAR หมายถึง สุนัขค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย” ดร.อลงกต บอกถึงขอบเขตหน้าที่ของสีนวลและนารี
คำว่า K9 มาจากคำว่า Canine ที่เป็นภาษาละติน หมายถึง สัตว์ในวงศ์สุนัข ต่อมาใช้เรียกสุนัขที่ได้รับการฝึกฝนให้ปฏิบัติภารกิจพิเศษ โดยสุนัขที่เป็น K9 มีด้วยกันหลายกลุ่ม เช่น K9 ทางด้านการทหาร K9 ด้านสารเสพติด ด้านวัตถุระเบิด ตรวจสอบอาหาร ส่วน K9 USAR Thailand อยู่ในกลุ่มของ SAR หรือ Search and Rescue ซึ่งจะมีวิธีการฝึกและวิธีการปฏิบัติแตกต่างจากกลุ่มอื่นๆ
![]()
“ถามว่าประเทศไทยมี K9 Search and Rescue เยอะไหม เราถือเป็นองค์กรแรกที่ตั้งขึ้นมาเพื่อภารกิจนี้ วันนี้ครบปีที่ 20 พอดี (24 เมษายน 2549) ที่นับเอาวันนั้นเป็นวันก่อตั้ง เพราะเป็นวันที่เราเดินทางไปเกาหลีใต้เพื่อไปฝึก และได้รับสุนัขกลับมาชุดหนึ่งจำนวน 2 ตัว จำได้แม่นว่าพอกลับมาเจอพิบัติภัยที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เหตุการณ์น้ำต๊ะ-น้ำลีถล่ม บ้านเรือนพังเสียหาย ราษฎรเสียชีวิตและสูญหาย เราก็นั่งชีนุกไปค้นหาผู้ประสบภัย ค้นได้ 5 คนก็คือที่สูญหายทั้งหมด หลังจากที่ใช้คนหลายร้อยคนหาแล้วไม่เจอ แต่ K9 เจอร่างผู้ประสบภัยครบ หลังจากนั้นก็มีอีกหลายภารกิจตามมา จนในระยะหลัง 3-4 ปีที่ผ่านมา ก็จะมีองค์กรที่ทำภารกิจคล้ายกันนี้ที่เป็นภาคเอกชนเกิดขึ้นอีกประมาณ 2 องค์กร”
จุดเด่นประการสำคัญของ K9 USAR Thailand ภายใต้มูลนิธิเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (ESF-Environmental and Social Foundation) คือ การได้ร่วมงานกับอีก 4 องค์กร โดยมีการลงนามความร่วมมือเป็น MOU กับ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และบริษัท NPC โดยเป็นการรวมตัวกัน 5 องค์กร แล้วไปขึ้นทะเบียนกับองค์การสหประชาชาติ (UN) เพื่อเป็นองค์ประกอบหนึ่งของ USAR-Urban Search And Rescue ประเทศไทย และหากเกิดเหตุพิบัติภัยที่ไหน เมื่อยูเอ็นเรียกทีมต้องถึงสนามบินสุวรรณภูมิภายใน 6 ชั่วโมง เพื่อบินไปทั่วโลกที่ต้องการความช่วยเหลือ
อีกทั้ง K9 USAR Thailand ได้รับมาตรฐานขององค์การสุนัขกู้ภัยโลก หรือ IRO-International Search and Rescue Organization ซึ่งเป็นองค์การที่คอยทดสอบสมรรถนะหรือประสิทธิภาพของสุนัข
![]()
“เราจะมีการสอบและจะเชิญกรรมการจากต่างประเทศมาเป็นกรรมการสอบปีละครั้ง ครั้งหน้าจะเป็นเดือนตุลาคม เพื่อให้สมาชิกใหม่ๆ ที่ยังไม่ผ่านได้ทดสอบกันอีกครั้ง ถ้าเมื่อไรเขาผ่านการประเมินจากองค์กร IRO นี้ แสดงว่ามาตรฐานของเขาอยู่ในมาตรฐานที่โลกยอมรับ”
ปัจจุบัน K9 ในทีมของ USAR Thailand มีทั้งหมด 27 ตัว ในจำนวนนี้มีทั้งผ่านและไม่ผ่านการทดสอบผสมกันไป มีทั้งที่เป็นดาวรุ่ง หรือ รุกกี้ และที่ปฏิบัติการได้แล้ว
“สีนวลกับนารีตอนนี้อยู่ในระดับ A เตรียมจะไต่เต้าไปสู่ B และสูงสุด คือ MRT เอาง่ายๆ ถ้าให้เปรียบเทียบ คือสองตัวนี้จบระดับปริญญาโทแล้ว เหลือแค่ปริญญาเอก และโพสต์ด็อก ถือว่าอยู่ในกระบวนการ แต่ไม่ได้รีบเร่ง เพราะตอนนี้เขาก็สามารถพาทีมปฏิบัติการได้ทั่วโลกในนามประเทศไทย นั่นคือเหตุผลหนึ่งในการเดินทางไปเมืองหนาวอากาศติดลบที่สโลวีเนีย ที่ต้องใช้การเดินทางมากกว่า 10 ชั่วโมง”
![]()
สีนวล-นารี กับแววความเก่งกาจ
ใช่ว่าคุณสมบัติการเป็นสุนัขค้นหาจะมีอยู่ในทุกตัว เราจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อนำมาฝึกแล้วเห็นแววนั้น ซึ่งปรากฎว่าทั้งสีนวลและนารี มีคุณสมบัติในการเป็นสุนัขค้นหาอย่างครบถ้วน
คุณสมบัติสุนัขค้นหาที่ว่านั้น ได้แก่ 1.มีความสามารถในการปฏิบัติงานด้วยตัวเอง โดยที่ผู้ควบคุมไม่ต้องกังวลใดๆ หมายความว่าเมื่อเปิดสวิตช์ปุ๊บ สุนัขสามารถทำหน้าที่ตัวเองได้เลยเป็นเวลานานติดต่อกันโดยไม่ต้องไปตามคอยสั่ง 2.มีความเฉลียวฉลาด เรียนรู้ และปรับตัวไปตามบทเรียนต่างๆ ที่เขาได้รับอย่างเป็นระบบได้ 3.มีความคล่องตัวในการเคลื่อนที่ กระโดด กระโจน และมีความสุขุมที่จะปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย และ 4.สามารถจะทำภารกิจจนแล้วเสร็จในแต่ละครั้งโดยที่สุนัขยังปลอดภัย
![]()
“เรื่องสายพันธุ์ก็มีส่วนสำคัญ จริงๆ ก็มีสุนัขหลากหลายพันธุ์ที่สามารถจะพัฒนามาสู่การเป็น Search and Rescue ได้ โดยที่อาจจะมีข้อพิจารณาในเรื่องของขนาดของร่างกาย ขน ให้สอดคล้องกับภูมิประเทศ แต่สำหรับ USAR ไทยแลนด์ พบว่าตลอดเจนเนอเรชั่นทั้ง 4 ที่ผ่านมา เราเรียนรู้ว่าสุนัขที่มีสมรรถนะสูง จะต้องเป็นสุนัขขนาดกลาง ไม่เล็กไม่ใหญ่มาก และต้องมีมวลรวมของร่างกายที่เหมาะสม ไม่อ้วนมาก ส่วนสายพันธุ์จากประสบการณ์พบว่าบางสายพันธุ์ทำการได้รวดเร็วมีประสิทธิภาพไม่เหนื่อยง่าย และสามารถจะฝึกและยกระดับได้ คือ โกลเด้น รีทริฟเวอร์ ลาบราดอร์ รีทริฟเวอร์ เบลเยียม มาลินัวร์ และไวมาราเนอร์”
![]()
ศูนย์ฝึก K9 เขาใหญ่ มาตรฐานระดับนานาชาติ
หลายคนยังไม่รู้ว่า K9 มีศูนย์ฝึกระดับนานาชาติอยู่ที่เขาใหญ่ ตั้งอยู่ที่ไร่พญาเย็น และได้มาตรฐานระดับโลก
“เรามีศูนย์ฝึกที่เขาใหญ่ ซึ่งเราภูมิใจมาก บริหารโดยคุณสุทธิเกียรติ โสภณิก ประธานมูลนิธิ ผอ.องค์การสุนัขกู้ภัยแห่งชาติ ปีนี้เป็นปีที่ 5 แล้ว ที่เราสร้างเป็นองค์กรขึ้นมาได้ เพราะได้รับคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ คือ คุณดูซาน เวเบอร์ ปัจจุบันเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน (Lead instructor) ของ IRO ซึ่งทำงานร่วมกับเราไม่น้อยกว่า 15 ปี ที่โดยมาตรฐานของศูนย์ฝึกสามารถใช้สอบได้”
![]()
นอกจากศูนย์ฝึกจะมีอุโมงค์ใต้ดิน คอนเทนเนอร์ จำลองตึกถล่ม และอุปสรรคในหลายระดับแล้ว ยังมีพื้นที่ค้นหาที่กว้างมากๆ ในระดับมาตรฐานโลกที่ใช้สอบได้ด้วย
“ที่ฝึกซ้อมนี้ เราจะเอา K9 ของเราฝึกอาทิตย์ละ 2-3 วัน เราจะดูแลเขาแบบสัตว์ที่มีความสมาร์ท ในแต่ละวันเราจะต้องเล่น ออกกำลังกาย สนุกสนาน จะไม่นั่งหง่อม มีรูทีนการฝึกที่เป็นระบบ เราจะฝึกอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นสุนัขของเราจะพร้อมทำการตลอดเวลา เพราะหลักคิดคือสุนัขของเราต้องมีความพร้อมตลอด เหตุการณ์จะเกิดวันไหนไม่รู้ แต่สุนัขต้องพร้อม เมื่อเกิดเหตุเราก็ไปได้เลย ส่วนสมาชิก K9 ที่เป็นอาสาสมัคร เราจะนัดกันมาฝึกสองอาทิตย์ต่อหนึ่งครั้ง”
![]()
นวล-นารี เหินฟ้าท้าอุปสรรคที่สโลวีเนีย ประสบการณ์สุดล้ำค่าของ K9 USA Thailand
การเดินทางไปยังประเทศที่มีอากาศหนาวติดลบ แถมใช้เวลาในการเดินทางเป็นเวลานานหลายชั่วโมง ใช้ชีวิตในการฝึกฝนในที่ที่ไม่คุ้นเคยรวมแล้ว 26 วัน ถือว่าเป็นประสบการณ์ล้ำค่าอย่างมาก โดยทีมเพิ่งเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา
ดร.อลงกต บอกว่า การจะยกระดับ K9 Search and Rescue เพื่อก้าวสู่ระดับสากลยังต้องใช้การฝึกฝนอีกหลายเรื่อง ดังนั้นการเลือกไปในที่ไม่คุ้นเคย ที่สำคัญเป็นหน่วยงานฝึก K9 ระดับโลกจะทำให้ได้รับประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่ไหน
![]()
โดยวัตถุประสงค์ในการเลือกไปฝึกที่ประเทศสโลวีเนียในครั้งนี้ คือ
1.เราต้องการยกระดับขีดความสามารถของ K9 โดยองค์กรที่ได้รับความเชื่อมั่นของโลก คือ IRO และผู้ฝึกที่มีตำแหน่งสูงที่สุดที่วันนี้ยังฝึกสุนัขอยู่ ซึ่งก็คือคุณดูซาน เวเบอร์ เขาเป็ เบอร์ต้นๆ ของโลกที่ยังเปิดหน่วยงานฝึก และมีคนจากทั่วโลกไปฝึกกับเขา
2.ยกระดับขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ของเราในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติงานร่วมกับสุนัข ผู้บังคับสุนัข การบริหารจัดการทีม
3.สร้างประสบการณ์ให้กับสุนัขในการปฏิบัติงานในพื้นที่ภูมิประเทศที่แตกต่างกับประเทศไทยอย่างสิ้นเชิง ทั้งเรื่องของสภาพอากาศ ความสูงจากระดับน้ำทะเล พืชพรรณ ขนาดของพื้นที่ตึกถล่มที่มีขนาดใหญ่ รวมทั้งประสบการณ์ในการเดินทาง เพราะมีทั้งเดินทางในประเทศนั้น และเดินทางระหว่างประเทศซึ่งเป็นการเดินทางโดยอากาศยานเป็นเวลานาน
![]()
“ก่อนจะไปเราเตรียมตัวเป็นปี ตรวจสุขภาพจากกรมปศุสัตว์ เตรียมการเอกสาร การประสานงานกับสายการบิน สุนัขต้องมีสุขภาพที่ดีและได้รับการดูแลอย่างเต็มที่ในระหว่างที่เขาเดินทาง ซึ่งระยะเวลาการฝึก 26 วัน รวมการเดินทาง ซึ่งเราได้บรรลุวัตถุประสงค์ทุกข้อ และได้เทคนิคใหม่ๆ มหาศาลที่จะพัฒนา K9 สองตัวของเรา และ K9 ตัวอื่นๆ ในทีม ให้ยกระดับขีดความสามารถขึ้นไป เพราะเราไม่ใช่แค่ฝึก เราจะเอาวิธีการทั้งหมดมาด้วย อันนี้สำคัญมาก ถือว่าคุ้มค่ามาก แล้วตอนนี้มีหลายประเทศที่ติดต่อเราเข้ามา เช่น ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และอื่นๆ ที่เราคิดว่าเราต้องทำหน้าที่ในการแบ่งปันความรู้ให้กับเพื่อนๆ ที่ทำงานกู้ภัยในประเทศต่างๆ ด้วย”
สำหรับประสบการณ์ที่สีนวลและนารีได้รับในครั้งนี้ ทั้งการเดินบนหิมะ การทำงานและเคลื่อนที่ในพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลมากๆ การทำงานในพื้นที่ไม่คุ้นเคยที่เป็นซากตึกขนาดใหญ่กว่าตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเป็น 20 เท่า พื้นที่เต็มไปด้วยอุปสรรค อันตราย และท้าทาย แต่ทั้งสองตัวก็ผ่านทุกอย่างมาด้วยความปลอดภัย เพราะอยู่ภายใต้การดูแลผู้เชี่ยวชาญที่มีการฝึกเป็นระบบ
![]()
สีนวล เสาหลักของ K9 USAR Thailand (เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว)
นอกจากภารกิจออกค้นหาผู้ประสบภัยแล้ว ในบรรดา K9 ทั้งหมด สีนวลคือผู้ที่เป็นเสาหลักในการเลี้ยงดูทุกคนอย่างแท้จริง เพราะเมื่อเว้นว่างจากภารกิจหลัก สีนวลคือผู้ที่ต้องทำหน้าที่ออกงานสังคมอีกมากมาย
“กับคำถามว่าช่วงที่เว้นจากการปฏิบัติหน้าที่ต้องทำอะไรบ้าง นารีอาจจะไม่มาก แต่นวลนี่เยอะเลย เพราะนวลเป็นพรีเซนเตอร์มูลนิธิด้วย เรียกว่านวลคือเสาหลักในการหาเงินมาสนับสนุนหน่วยยูซาร์ของเรา นวลขายเสื้อมา 11 เดือนแล้ว นวลหาเงินเรียน หาเงินไปทำวัคซีนให้ตัวอื่น หาเงินไปช่วยคน แล้วนวลก็หาเงินไปเยียวยาตัวเองเวลาไปหาหมอ แล้วนวลแฟนคลับเยอะ ต้องยอมรับว่าแม่ยกมหาศาล นวลก็เลยต้องไปออกงาน แล้วนวลเข้ากับทุกคนได้หมด เวลาที่มูลนิธิมีงาน เช่น ไปออกหน่วยตามโรงเรียน นวลก็ต้องไปเอนเตอร์เทนอีก อย่างเดือนหน้า(พฤษภาคม) จะจัดมีทติ้ง เขาขอซื้อเสื้อนวล 300 ตัว และเชิญนวลไปปรากฏตัวที่โรงแรมแห่งหนึ่ง แล้วก็ต้องไปล่องเจ้าพระยากับเขา เขาจะมอบเงินให้”
![]()
สุนัขกู้ภัย กับการทำหน้าที่อย่างเต็มภาคภูมิ
สำหรับโลกนี้มีการใช้สุนัขกู้ภัยมานานแล้ว แต่สำหรับเมืองไทยการรับรู้และยอมรับเพิ่งมีมา 20 ปีเท่านั้น อย่างไรก็ตามในวันนี้ผู้คนสนใจ และรับรู้ถึงความสำคัญของ K9 มากขึ้นเรื่อยๆ
“จากภารกิจต่างๆ ผู้คนก็เริ่มสนใจและติดตามเรามากขึ้น ในเรื่องการรับรู้ของสังคมถือว่ามากขึ้นถ้าเทียบกับในอดีต ขณะที่เราเองก็มีการพัฒนามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเทคโนโลยี สายพันธุ์ที่ถูกพัฒนา รวมทั้งเทคนิคการเรียนการสอนการฝึกต่างๆ เรามีการฝึกร่วมกับหลายหน่วยงานที่เชี่ยวชาญมากขึ้น สุนัขเราสามารถจะโรยตัว อะไรต่างๆ ได้ อีกอย่างคือ วิชาความรู้ทั้งสุนัขและผู้บังคับสุนัขได้รับก็มีมากขึ้น รวมทั้งการฝึกในพื้นที่ต่างๆ และที่เป็นเหตุการณ์จริง ก็ทำให้เราเติบโต มีทักษะมากขึ้น การฝึกบ่อยขึ้น ก็เพิ่มทักษะในการปฏิบัติงานมากขึ้น รวมทั้งพวกเราเองก็มีการแลกเปลี่ยนกับองค์การกู้ภัยนานาชาติสม่ำเสมอ ทำให้เราไม่หลุดจากสถานการณ์ปัจจุบันในเรื่องการพัฒนาหน่วย”
![]()
ในวันที่โลกสงบสุข ใครจะรู้ว่าอีกมุมเล็กๆ แห่งหนึ่งของเขาใหญ่ ยังคงมีเหล่าสี่ขาหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่คอยซุ่มซ้อมฝึกฝนอย่างขะมักเขม้น เตรียมพร้อมอยู่เสมอกับภารกิจช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่น่าภาคภูมิใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าใคร
© 2025 Khaoyai Connect. สงวนลิขสิทธิ์
ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือเผยแพร่เนื้อหาทั้งหมดหรือบางส่วนโดยไม่ได้รับอนุญาต
![]()
